ความดันสูง ฆาตกรเงียบ
ภัยร้ายที่ (พอ) มองเห็น หรือบางคนอาจมีอาการปวดศีรษะตุบๆ แบบไมเกรน หรือในรายที่เป็นมานานๆ มีความดันโลหิตสูงมากๆ อาจมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ มือเท้าชา ตามัว หรือเลือดกำเดาไหล ซึ่งในคนที่จัดอยู่ในกลุ่มแสดงอาการออกมานี้จะทำให้แพทย์วินิจฉัยได้ง่าย และสามารถให้ยาลดความดันเพื่อบรรเทาอาการได้ทันท่วงที
กลุ่มที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือกลุ่มที่ไม่แสดงอาการออกมา เพราะหากปล่อยให้อยู่ในภาวะนั้นนานๆ จะก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง โดยเฉพาะหลอดเลือดเลี้ยงสมอง ตา หัวใจ ไต และโอกาสที่จะทำให้หลอดเลือดสมองแตก หรือตีบตัน เป็นอัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็มีสูง รวมทั้งเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว หัวใจวายเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง ไตวายเรื้อรัง
ภาวะความดันโลหิตสูงนั้น ปัจจุบันยังหาสาเหตุไม่ได้ (ส่วนใหญ่กว่า 90 %) แต่ก็มีปัจจัยเกี่ยวข้องอยู่หลายส่วน ทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม เช่น อาหารรสเค็ม สูบบุหรี่จัด มีอารมณ์เครียด หรืออ้วน ก็ล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
ดังนั้น การตรวจวัดความดันเสมอจึงเป็นทางหนึ่งที่สามารถค้นพบภาวะความดันโลหิตสูงที่ซ่อนเร้นอยู่ได้
ความดันโลหิต คืออะไร
ความดันโลหิตคือ แรงดันของการส่งเลือดในหลอดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยมีหัวใจทำหน้าที่สูบฉีด ซึ่งสามารถวัดโดยใช้เครื่องวัดความดัน (Sphygmomamnometer) วัดที่แขนและมีค่าที่วัดได้สองค่า เรียกว่า “ตัวบน” และ “ตัวล่าง”
ค่าแรกจะเป็นความดันในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นในขณะหัวใจบีบตัว ไล่เลือดออกจากหัวใจ ส่วนตัวล่างคือความดันของเลือดที่ยังค้างอยู่ในหลอดเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว โดยความดันโลหิตปกติ ความดันโลหิตตัวบนจะอยู่ที่ 120-130 มม.ปรอท และความดันโลหิตตัวล่างจะอยู่ที่ 80-85 มม.ปรอท
การรักษาและป้องกัน
การรักษาแบ่งเป็นสองส่วนคือ การใช้ยาและการไม่ใช้ยา การไม่ใช้ยาหมายถึงการลดน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม ในผู้ป่วยที่มีความดันสูงเล็กน้อยอาจเริ่มการรักษาโดยไม่ใช้ยา แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจอยู่ด้วยก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย
อีกประการที่สำคัญคือ การลดความเครียด ในระยะหลังๆ นี้คนไทยมีความเครียดสูงขึ้นมากและผลที่ตามมาคือความดันโลหิตสูง
ดังนั้น การรู้จักผ่อนคลายความเครียด รู้จักปล่อยวาง ทำจิตใจให้แจ่มใส จึงนับว่าเป็นทางออกหนึ่งซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพส่วนอื่นๆ ด้วย
สำหรับผู้ที่นิยมจิบชา ก็มีชาสมุนไพรหลายชนิด ที่มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตได้ เช่นเก็กฮวย, หญ้าหนวดแมว, ตะไคร้, ทองพันชั่ง
ซึ่งทั้งการกินยาและการปฏิบัติตัวที่ดีนั้นจะช่วยควบคุมความดันให้อยู่ในภาวะปกติได้ ดังนั้นเมื่อรักษาภาวะความดันให้กลับมาอยู่ในภาวะปกติได้แล้วจึงไม่ควรกลับไปบริโภคหรือมีนิสัยที่เสี่ยงต่อการเพิ่มความดันอีก เพราะโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ทำได้เพียงควบคุมให้อาการไม่กำเริบเท่านั้น
แม้ว่าอาจเป็นเรื่องยากที่เราจะไม่เครียดท่ามกลางความวุ่นวาย แก่งแย่งกันในสังคมปัจจุบัน แต่ถ้าเราได้หยุดพักหันหลังให้กับความสับสนวุ่นวายเหล่านั้นสักนิด ได้อยู่กับธรรมชาติ มีธรรมะเป็นที่พึ่ง มีสติปัญญาที่แจ่มใส ถึงแม้จะไม่มีทรัพย์สมบัติมาก แต่เราร่ำรวยสุขภาพดี ร่ำรวยรอยยิ้มค่ะ
นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 125
แหล่งข้อมูล : www.cheewajit.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น